October 28, 2026
TOP3

NBA เป็นลีกบาสเกตบอลที่เต็มไปด้วยการแข่งขันระดับสูง แต่ละฤดูกาลมีทีม TOP3 และอื่นๆอีกมากมายที่ตั้งเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการก้าวไปให้ถึง NBA Finals และคว้าแชมป์มาครองให้ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากจะต้องมีผู้เล่นฝีมือดีแล้ว การวางแผนของโค้ช ความเข้าขากันของนักกีฬา

หากย้อนดูผลงานตั้งแต่ปี 2000 จนถึงปี 2026 โดยนับเฉพาะแชมป์ NBA Finals และไม่แยกสายตะวันออกกับตะวันตก Los Angeles Lakers เป็นทีมที่คว้าแชมป์ได้มากที่สุด ตามมาด้วย Golden State Warriors และ San Antonio Spurs ซึ่งต่างก็สร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำให้กับแฟนบาสเกตบอลมาแล้วหลายครั้ง

1. Los Angeles Lakers คว้าแชมป์ 6 สมัย

เมื่อพูดถึงทีมที่ประสบความสำเร็จใน NBA ชื่อของ Los Angeles Lakers มักเป็นหนึ่งในทีมแรก ๆ ที่แฟนบาสเกตบอลนึกถึง โดยเฉพาะความสำเร็จในช่วงต้นยุค 2000 ที่มี Shaquille O’Neal และ Kobe Bryant เป็นกำลังหลัก ก่อนจะกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้งในยุคของ Bryant และ LeBron James

Lakers มีจุดเด่นตรงการสร้างทีมที่สามารถแข่งขันเพื่อแชมป์ได้ในหลายยุค แม้จะเปลี่ยนผู้เล่นและรูปแบบการเล่นไปตามช่วงเวลาก็ตาม

ปี 2000 จุดเริ่มต้นของการคว้าแชมป์ 3 ปีติด

Lakers เอาชนะ Indiana Pacers ไป 4–2 เกมในรอบชิงชนะเลิศ โดยมี Shaquille O’Neal เป็นตัวหลักในการทำคะแนนและครองพื้นที่ใต้แป้น ผลงานของเขาโดดเด่นจนได้รับรางวัล Finals MVP

แชมป์ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดช่วงหนึ่งของทีม เพราะ Lakers สามารถรักษาตำแหน่งแชมป์เอาไว้ได้ต่อเนื่องอีกสองฤดูกาล

ปี 2001 ยังไม่มีใครหยุด Lakers ได้ง่าย ๆ

ในรอบชิงชนะเลิศปี 2001 Lakers พบกับ Philadelphia 76ers และเอาชนะไป 4–1 เกม Shaquille O’Neal ยังคงเป็นกำลังสำคัญ ขณะที่ Kobe Bryant ก็มีบทบาทในเกมรุกมากขึ้นเรื่อย ๆ

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ Lakers คว้าแชมป์เป็นปีที่สองติดต่อกัน ส่วน O’Neal ก็ได้รับรางวัล Finals MVP อีกครั้ง

ปี 2002 คว้าแชมป์สามสมัยติดต่อกัน

Lakers ปิดฉากรอบชิงชนะเลิศปี 2002 ด้วยการเอาชนะ New Jersey Nets แบบไม่เสียเกมเลย ด้วยสกอร์ซีรีส์ 4–0

การคว้าแชมป์สามปีติดเป็นผลงานที่สะท้อนให้เห็นถึงความลงตัวของทีมในยุคนั้น ทั้งพลังของ O’Neal ใต้แป้นและความสามารถในการทำคะแนนของ Bryant โดย O’Neal ได้รับรางวัล Finals MVP เป็นปีที่สามติดต่อกันด้วย

ปี 2009 Kobe Bryant พาทีมกลับมาคว้าแชมป์

หลังจากห่างหายจากแชมป์ไปหลายปี Lakers กลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งในปี 2009 ด้วยการเอาชนะ Orlando Magic 4–1 เกม

ครั้งนี้ Kobe Bryant เป็นผู้นำคนสำคัญของทีม และคว้ารางวัล Finals MVP มาครองได้เป็นครั้งแรกในอาชีพ ถือเป็นอีกช่วงเวลาสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า Bryant สามารถพาทีมกลับไปอยู่บนจุดสูงสุดได้

ปี 2010 เอาชนะ Celtics ในซีรีส์สุดสูสี

การพบกันระหว่าง Lakers กับ Boston Celtics ในรอบชิงชนะเลิศปี 2010 เป็นหนึ่งในซีรีส์ที่แฟนบาสเกตบอลจดจำได้ดี ทั้งสองทีมสู้กันถึงเกมที่ 7 ก่อนที่ Lakers จะเป็นฝ่ายชนะไป 4–3 เกม

Bryant ทำผลงานสำคัญตลอดซีรีส์และได้รับรางวัล Finals MVP ช่วยให้ Lakers ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ พร้อมเพิ่มความเข้มข้นให้กับการแข่งขันระหว่างสองแฟรนไชส์คู่ปรับตลอดกาล

ปี 2020 แชมป์ในฤดูกาลที่แตกต่างจากทุกครั้ง

แชมป์ปี 2020 มีความพิเศษตรงที่การแข่งขันเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 โดย NBA จัดการแข่งขันในพื้นที่ปิดที่รู้จักกันในชื่อ NBA Bubble

Lakers เอาชนะ Miami Heat 4–2 เกม โดยมี LeBron James เป็นกำลังสำคัญและได้รับรางวัล Finals MVP เป็นครั้งที่สี่ในอาชีพของเขา ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ Lakers คว้าแชมป์สมัยที่ 17 ของแฟรนไชส์ในเวลานั้น และเป็นการกลับมาคว้าแชมป์ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010

แชมป์ครั้งนี้ยังมีความหมายต่อแฟนทีมเป็นพิเศษ เพราะเกิดขึ้นในปีเดียวกับที่ Kobe Bryant เสียชีวิต

2. Golden State Warriors คว้าแชมป์ 4 สมัย

หาก Lakers เป็นทีมที่โดดเด่นจากความสำเร็จของซูเปอร์สตาร์หลายยุค Golden State Warriors ก็เป็นทีมที่เปลี่ยนภาพจำของบาสเกตบอลยุคใหม่ไปไม่น้อย

การเล่นของ Warriors โดยมี Stephen Curry เป็นหัวใจสำคัญ ทำให้การยิงสามแต้มกลายเป็นอาวุธที่คู่แข่งต้องให้ความสำคัญมากขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อผสานกับ Klay Thompson, Draymond Green และผู้เล่นคนอื่น ๆ ทีมจึงมีทั้งความแม่นยำ ความรวดเร็ว และระบบการเล่นที่เป็นเอกลักษณ์

ปี 2015 จุดเริ่มต้นของยุค Warriors รุ่นใหม่

Warriors เอาชนะ Cleveland Cavaliers 4–2 เกม คว้าแชมป์ NBA ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1975

Stephen Curry เป็นกำลังสำคัญในเกมรุก ส่วน Andre Iguodala ก็มีบทบาทโดดเด่นในการรับมือกับ LeBron James จนได้รับรางวัล Finals MVP แม้ Curry จะเป็นผู้เล่นที่หลายคนจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งของทีมก็ตาม

แชมป์ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของยุคที่ Warriors กลายเป็นทีมลุ้นแชมป์อย่างต่อเนื่องในหลายฤดูกาลถัดมา

ปี 2017 การมาของ Kevin Durant เปลี่ยนเกม

หลังจากเพิ่ม Kevin Durant เข้ามา Warriors กลับมาเจอกับ Cavaliers ในรอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง และเอาชนะไป 4–1 เกม

Durant ช่วยเพิ่มอาวุธในการทำคะแนนให้ทีมอย่างมาก ทำให้คู่แข่งรับมือกับเกมรุกได้ยากขึ้น เขาจึงได้รับรางวัล Finals MVP จากผลงานตลอดซีรีส์

ปี 2018 ป้องกันแชมป์ด้วยชัยชนะ 4–0

Warriors และ Cavaliers พบกันใน NBA Finals เป็นปีที่สี่ติดต่อกัน โดยครั้งนี้ Warriors เป็นฝ่ายชนะขาด 4–0 เกม

Durant คว้ารางวัล Finals MVP อีกครั้ง ขณะที่ Curry, Thompson และ Green ยังคงเป็นส่วนสำคัญของทีม ความสำเร็จในปีนี้ทำให้ Warriors คว้าแชมป์สองสมัยติดต่อกัน และยืนยันว่าพวกเขายังคงเป็นทีมที่ยากจะรับมือในช่วงพีกของยุคนี้

ปี 2022 Stephen Curry กลับมาพาทีมคว้าแชมป์

หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ทีมมีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บและผลงาน Warriors กลับไปถึง NBA Finals ได้อีกครั้งในปี 2022 ก่อนเอาชนะ Boston Celtics 4–2 เกม

Curry ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและคว้ารางวัล Finals MVP เป็นครั้งแรกในอาชีพ หลังจากรอคอยรางวัลนี้มานาน แม้จะเคยเป็นหัวใจสำคัญของทีมชุดแชมป์มาก่อนแล้วก็ตาม

แชมป์ครั้งนี้จึงมีความหมายไม่น้อย เพราะเป็นการพิสูจน์ว่าแกนหลักของ Warriors ยังสามารถพาทีมกลับมาประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง

3. San Antonio Spurs คว้าแชมป์ 4 สมัย

San Antonio Spurs อาจไม่ได้เป็นทีมที่มีภาพลักษณ์หวือหวาเท่า Lakers หรือ Warriors แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จคือการเล่นอย่างมีระบบ ความเข้าใจกันของผู้เล่น และการสร้างทีมที่แข็งแกร่งมาอย่างต่อเนื่องภายใต้การคุมทีมของ Gregg Popovich

Tim Duncan, Tony Parker และ Manu Ginóbili เป็นสามผู้เล่นสำคัญที่ช่วยกันสร้างความสำเร็จให้ Spurs ในช่วงเวลาหลายปี และแต่ละคนก็มีบทบาทแตกต่างกันในเกมของทีม

ปี 2003 Tim Duncan นำทีมสู่แชมป์

Spurs เอาชนะ New Jersey Nets 4–2 เกมในรอบชิงชนะเลิศปี 2003 โดย Tim Duncan เป็นกำลังสำคัญทั้งในเกมรุกและเกมรับ พร้อมคว้ารางวัล Finals MVP

ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ Spurs คว้าแชมป์ NBA เป็นสมัยที่สองของแฟรนไชส์ และเป็นอีกหลักฐานว่าทีมที่เล่นอย่างมีระบบสามารถก้าวขึ้นไปถึงตำแหน่งแชมป์ได้ แม้จะไม่ได้พึ่งพาเกมรุกที่หวือหวาเพียงอย่างเดียว

ปี 2005 ซีรีส์เจ็ดเกมกับ Detroit Pistons

รอบชิงชนะเลิศปี 2005 เป็นการพบกันของสองทีมที่มีเกมรับแข็งแกร่งอย่าง Spurs และ Detroit Pistons การแข่งขันยืดเยื้อไปถึงเกมที่ 7 ก่อนที่ Spurs จะชนะซีรีส์ 4–3 เกม

Duncan ยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญและได้รับรางวัล Finals MVP ชัยชนะครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความอดทนและความสามารถในการรับมือกับเกมที่กดดันของ Spurs ได้เป็นอย่างดี

ปี 2007 Tony Parker โดดเด่นในรอบชิงชนะเลิศ

Spurs กลับมาคว้าแชมป์อีกครั้งในปี 2007 หลังเอาชนะ Cleveland Cavaliers 4–0 เกม

ครั้งนี้ Tony Parker เป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในรอบชิงชนะเลิศ จนได้รับรางวัล Finals MVP กลายเป็นผู้เล่นชาวยุโรปคนแรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าว

การคว้าแชมป์ครั้งนี้ยังเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของแกนหลักอย่าง Duncan, Parker และ Ginóbili ที่ช่วยกันรักษามาตรฐานของทีมได้อย่างต่อเนื่อง

ปี 2014 แชมป์ที่เกิดจากพลังของทีม

หนึ่งในผลงานที่น่าจดจำที่สุดของ Spurs เกิดขึ้นในปี 2014 เมื่อพวกเขากลับมาพบกับ Miami Heat ในรอบชิงชนะเลิศ ก่อนเอาชนะไป 4–1 เกม หลังจากเคยพ่ายให้ Heat ในรอบชิงชนะเลิศปีก่อนหน้า

Kawhi Leonard ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นทั้งเกมรุกและเกมรับ จนได้รับรางวัล Finals MVP แต่สิ่งที่ทำให้ Spurs ชุดนี้น่าจดจำไม่ได้มีเพียงผลงานของ Leonard เท่านั้น เพราะการส่งบอลที่รวดเร็ว การเคลื่อนที่โดยไม่มีบอล และการช่วยกันทำคะแนนของผู้เล่นหลายคน ล้วนเป็นส่วนสำคัญของชัยชนะครั้งนี้

แชมป์ปี 2014 จึงมักถูกยกให้เป็นตัวอย่างของบาสเกตบอลที่เน้นการเล่นเป็นทีมอย่างแท้จริง

3 ทีม NBA ที่คว้าแชมป์มากที่สุดในช่วงปี 2000–2026

หากนับตามปีที่คว้าแชมป์ NBA Finals ตั้งแต่ปี 2000 ถึง 2026 โดยพิจารณาจากจำนวนแชมป์ของแต่ละแฟรนไชส์ ทั้งสามทีมที่กล่าวมามีผลงานดังนี้

  • Los Angeles Lakers 6 สมัย คว้าแชมป์ในปี 2000, 2001, 2002, 2009, 2010 และ 2020
  • Golden State Warriors 4 สมัย คว้าแชมป์ในปี 2015, 2017, 2018 และ 2022
  • San Antonio Spurs 4 สมัย คว้าแชมป์ในปี 2003, 2005, 2007 และ 2014

ทั้งสามทีมมีเส้นทางสู่ความสำเร็จที่แตกต่างกัน Lakers สร้างความยิ่งใหญ่ผ่านผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์หลายยุค Warriors เปลี่ยนแนวทางการเล่นของ NBA ด้วยเกมรุกและการยิงสามแต้ม ส่วน Spurs แสดงให้เห็นว่าการทำงานเป็นทีมและระบบการเล่นที่แข็งแกร่งสามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้อย่างต่อเนื่อง